พบนักวิจัยปุ๋ยสั่งตัด ฟื้นรายได้เกษตรกรไทย
ศ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ ผู้คว้ารางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นประเภททีมปี 52 มุ่งวิจัยใช้ในมันสำปะหลังหลังสำเร็จในข้าว ข้าวโพด อ้อย วอนเกษตร จ.ช่วยสานต่อตั้งเป้าเกษตรกรไทยรวย....
จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2553 หรือเมื่อหลายสิบปีก่อน ในการสัมมนาวิจัยของต่างประเทศนำแบบจำลองการปลูกพืชมาให้ดู โดยสามารถจะปลูกพืชในคอมพิวเตอร์ได้จึงเกิดความคิดเช่นเดียวกัน จนผ่านมาถึงปี 2540 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยหรือ สกว.เริ่มตั้งขึ้น เพื่อเป็นแหล่งให้เงินทุนนักวิจัย 3 ปี ด้วยจำนวนเงิน 10 ล้านบาท
ด้วยแนวคิดและวิสัยทัศน์ของผู้มองการณ์ไกล ระดับโลก จึงไม่คิดจดสิทธิบัตร โดยหวังว่าจะเกิดเป็นวิทยาทานแก่คนทั่วโลก ได้นำไปใช้พัฒนาด้านการเกษตรอย่างเป็นประโยชน์ทำให้ไม่น่าแปลกใจว่า ศ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้ากลุ่มเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัด ผู้คว้ารางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ประเภททีม ปี 2552 ไปครองส่วนรายละเอียดของเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นอย่างไร ลองมาติดตามได้ ณ บัดนี้....
IT digest : กรอบแนวความคิดของกลุ่มเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัด
ทัศนีย์ : หลักความคิดพื้นฐานของการพัฒนาเทคโนโลยี ปุ๋ยสั่งตัด ได้จากการเกษตรแม่นยำที่เกษตรกรในประเทศสหรัฐอเมริกาถือปฏิบัติมากว่า 10 ปี โดยนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพไร่นาขนาดเล็กในประเทศไทย เริ่มจากการใช้แบบจำลอง DSSAT (Decision Support System for Agrotechnology Transfer) พัฒนาคำแนะนำปุ๋ยไนโตรเจน ใช้โปรแกรม PDSS ( Phosphorus Decision Support System) พัฒนาคำแนะนำปุ๋ยโพแทสเซียม เฉพาะพื้นที่ขึ้น
IT digest : จุดเด่นของกลุ่มเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัด คือ อะไร
ทัศนีย์ : ชุดตรวจสอบ ไนโตรเจน (เอ็น) ฟอสฟอรัส (พี) และโพแทสเซียม (เค) ในดินช่วยให้เกษตรกรวิเคราะห์ดินได้ด้วยตนเอง สะดวก รวดเร็ว ประหยัดและราคาถูกกว่าของต่างประเทศ ทั้งยังใช้จัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมด้วย ท้งนี้ยังช่วยใหใช้ปุ๋ยได้เหมาะกับดินและพืช ทำให้การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชลดลงไม่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่วนโปรแกรมคำแนะนำ ปุ๋ยสั่งตัด ช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจได้ตั้งแต่ก่อนปลูกพืช ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ตอบได้ว่าถ้าใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำ จะได้ผลผลิตเท่าไหร่และเมื่อคีย์ข้อมูลราคาปุ๋ย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และราคาของผลผลิต ก็จะได้คำตอบว่าได้กำไรเท่าไรนอกจากนี้ คำแนะนำ ปุ๋ยสั่งตัด สามารถนำไปใช้พื้นที่อื่นๆ หรือพันธุ์พืชอื่นๆ ได้ โดยการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และเปลี่ยนฐานข้อมูลหลักที่สำคัญ เช่นเดียวกับระบบสนับสนุนการตัดสินใจ หรือแบบจำลองการปลูกพืชที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศอย่างไรก็ตาม การเสริมสร้างขีดความสามารถของเกษตรกรทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์คิดพึ่งตนเอง คิดอย่างเป็ฯระบบ เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นและการทดลองในไร่นาด้วยตนเองรวมทั้งกระยกระดับความรู้เรื่องดิน และปุ๋ยให้แก่เกษตร สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญยิ่งในการพัฒนาเกษตรกรรมของไทยให้มั่นคงยั่งยืน อีกทั้ง รูปแบบการบูรณาการงานวิจัยพัฒนาเข้ากับงานส่งเสริมการเกษตร ให้เกษตรกรผู้นำทำแปลงทดสอบและแปลงสาธิตนับเป็นแปลงตัวอย่างหนึ่งของวัตกรรมระบบการวิจัย ที่เพิ่มคุณภาพ และประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้การขยายผลงานวิจัยได้ง่ายขึ้น เกิดผลงานวิชาการตีพิมพ์ทั้งระดับชาติและนานาชาติ รวมทั้งผลพลอยได้จากงานวิจัยในรูปของการสื่อสารศึกษาสำหรับเกษตรกร
IT digest : อธิบายขั้นตอนการใช้งานของปุ๋ยสั่งตัด
ทัศนีย์ : มี 3 ขั้นตอน คือ
1. ตรวจสอบข้อมูลชุดดิน ใช้คู่มือสำรวจชุดดินในภาคสนามอย่างง่าย สอบถามได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด หรือตรวจสอบจากเว็บไซด์ www.soil.doae.go.th
2. ตรวจสอบปริมาณ เอ็น-พี-เค ในดิน ใช้ชุดตรวจสอบ เอ็น-พี-เค ในดิน แบบรวดเร็วซึ่งเกษตรกร วิเคราะห์ได้ด้วยตนเองภายใน 30 นาที
3. ใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำ ศึกษาจากคู่มือคำแนะนำการใช้ปุ๋ยสั่งตัด หรือโปรแกรมคำแนะนำการใช้ปุ๋ยสั่งตัด ดาวน์โหลดโปรแกรมได้ฟรีจากเว็บ www.ssnm.agr.ku.ac.th นอกจากนี้ ควรวิเคราะห์ดินก่อนปลูกพืช 3 ฤดูปลูกติดต่อกัน เพื่อปรับการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จากนั้นแนะนำว่าต้องวิเคราะห์
IT digest : มองภาพรวมเกษตรกรในประเทศไทย
ทัศนีย์ : ภาพรวมของเกษตรกรไทยทุกวันนี้เท่าที่ได้สัมผัส พบว่า เกษตรไทยคงต้องพัฒนาขีดความสามารถของตัวเองอีกมากเพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะ การเปิดการค้าเสรีเร็วๆ นี้ สิ่งที่ต้องแข่งขันในภาคการเกษตร คือ ต้องดต้นทุนการผลิต เพราะถ้าของประเทศไทยแพงก็คงไม่มีใครซื้อ เพราะฉะนั้น เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดที่พัฒนาขึ้นมากว่า 10 ปี จะช่วยลดต้นทุนการผลิตนี่คือผลลัพธ์ที่เหนชัดเจนทั้งนี้ในนาชลประทานสามารถลดต้นทุนได้กว่า 500 บาทต่อไร่ ต่อฤดูปลูกหากทำ 2 ครั้ง ก็จะลดได้ถึง 1 พันบาท รวมค่าปุ๋ย ค่าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และเมล็ดพันธุ์ โดยเป็นผลงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ทำเมื่อ ปี 2550 ของเกษตรกรทั้งหมด 8 จังหวัด ภาคกลาง ส่วนกรณีของข้าวโพดเกษตรกรจะได้รับผลผลิตสูงขึ้น 35-200 % เท่าที่ไปทำมา แต่ปัญหาฝนแล้งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เกษตรกรหนีไปปลูกพืชอื่นแทน เพราะฉะนั้น พื้นที่ที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะลดลง จากที่เคยทำวิจัยไว้เมื่อปี 2540 มีพื้นที่ปลูกข้าวโพด ประมาณ 10 ล้านไร่ ขณะนี้เหลืออยู่เพียง 6 ล้านไร่ ไปปลูกมันสำปะหลังแทนเพราะทนแล้งได้ดีกว่า อีกทั้งยังมีอ้อยอีกตัวหนึ่งในภาคอานที่เป็นปุ๋ยสั่งตัด โดยโปรแกรมเพิ่มเสร็จปี 2552 จึงได้ทำงานกับเกษตรกรโดยนักวิชาการ กรมวิชาการเกษตร พบว่า เกษตรกร ปลูกอ้อยสามารถเพิ่มผลผลิตได้ 2 ตันต่อไร่ และกำไรมากขึ้น 2 พันบาทต่อไร
IT digest : ปุ๋ยสั่งตัดใช้ได้กับพืชชนิดใดได้บ้าง
ทัศนีย์ : 3 พืช คือ ข้าว ข้าวโพด อ้อยอีสาน และขณะนี้ นักวิจัยกำลังทำวิจัยอ้อยภาคตะวันตกและจะทำปุ๋ยสั่งตัดใช้กับมันสำปะหลัง เร็วๆ นี้ เนื่องจากดินแต่ละภาพไม่เหมือนกันจึงต้องวิจัยเพิ่มเติม สำหรับภาพที่น่าเป็นห่วงที่สุด มองได้หลายอย่าง เช่น ความยากจน ความด้อยโอกาส ต้องภาพอีสาน แต่ถ้าจะมองว่า จะเกิดผลชัดเจน ที่จะทำให้มีฐานะดีขึ้น ลดต้นทุนการผลิต คือ ภาคกลาง นอกจากข้าวที่ปลูกเป็นอันดับ 1 แล้ว ยังมียางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์มน้ำมัน ภาคใต้ อย่างไรก็ตาม การใช้ปุ๋ยสั่งตัดต้องดูพืชอันดับแรก ทั้งนี้ไม่สามารถนำคำแนะนำไปใช้ร่วมกันได้ เพราะพืชแต่ละชนิดต้องการปริมาณอาหารสร้างผลผลิตไม่เท่ากัน และต้องขึ้นอยู่กับดินด้วย อย่างไรก็ตาม เกษตรกรต้องมีความรู้เรื่องดินอยู่แล้ว โดยสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)
IT digest : วางแผนถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่เกษตรการอย่างไรบ้าง
ทัศนีย์ : เริ่มจากปรับกระบวนทัศน์ของเกษตรกร เพราะเกษตรกรยังมีความเชื่อดั้งเดิมถ้าเข้าไปให้ใช้เทคโนโลยีเลยจะไม่เชื่อ จึงต้องให้เรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อพัฒนาตนเองเพื่อการแข่งขันในโลก จากนั้นก็ให้ลงมือทำ แล้วถ้าผลออกมาดีก็ให้ดำเนินการต่อไปแต่ถ้าไม่ดีก็แสดงว่าทำผิด เพราะทดสอบมาหลายปีแล้ว ที่ผ่านมา การลงพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2544 ได้รับเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตรจะคัดเลือกเกษตรและนักวิชาการมาให้สอนและเกษตรกรได้รับผลตอบรับดี ใช้ปุ๋ยน้อยลง แต่ผลผลิตเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยใช้ปุ๋ยไม่ถูกสัดส่วนระหว่างเอ็นพีเค
IT digest : ความรู้ความเข้าใจของเกษตร ต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นอย่างไรบ้าง
ทัศนีย์ : เกษตรกรมีความรู้เรื่องดิน และปุ๋ยน้อยมาก เมื่อเทียบกับเรื่องโรค แมลง วัชพืชและเมล็ดพันธุ์ เป็นปัญหามาก เพราะฉะนั้น จึงต้องสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องในการปรับปรุง บำรุงดิน ทำให้ดินไม่เสื่อมโทรม นอกจากนี้ เกษตรกรยังมีปัญหาเรื่อง ข้าววัชพืช การใช้สารเคมี ไม่ถูกต้อง ก็ให้เอกสารไปศึกษา
IT digest : แล้วเกษตรจังหวัดมีส่วนช่วยอย่างไรบ้าง
ทัศนีย์ : เกษตกรส่วนใหญ่ชื่นชอบ เพราะเป็นสิ่งใหม่ที่ต้องเรียนรู้ แต่กลับไปแล้วจะเกิดปัญหามากมาย จึงต้องการให้เกษตรจังหวัด หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นช่วยดูว่าเกษตรกรติดปัญหาอะไร ทั้งนี้ รับหลักการแต่ฟังรอบเดียวไม่เพียงพอ ดังนั้นนักวิชาการท้องถิ่นต้องเข้าไปช่วยดูแลเกษตรกรเพื่ออำนวยเท่าที่จะทำได้ อาทิ ชุดตรวจสอบการ ให้ความรู้ในการเก็บดิน การรู้จักชื่อดิน อย่างไรก็ตามเกษตรกร สามารถทำเองได้ก็ต่อเมื่อมีการรวมกลุ่มแล้วเข้มแข็ง ไม่ต้องพึ่งนักวิชาการ
IT digest : เป้าหมายสูงสุดของเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัด คือ อะไร
ทัศนีย์ : ต้องการให้เกษตรไทยมีฐานะปานกลาง ถึงรวย มีชีวิตสุขสบายเหมือนเกษตรในประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำงานวิจัยเรื่องนี้มากว่า 8 ปี แต่ยังเห็นผลเกิดขึ้นในทางที่ดีค่อนข้างช้า ทั้งนี้ อาจเป็นไปได้ว่า เกิดอุปสรรคบางประการ ดังนั้น จึงต้องอาศัยหน่วยงานราชการ และเอกชนทุกฝ่าย
IT digest : ถามถึงงบประมาณที่ใช้อบรมเกษตรกร
ทัศนีย์ : ได้มาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อบรมเกษตรกรประมาณ 100 คน ภาคกลาง มีค่าอาหาร ค่ารถ ค่าวิชาการ เอกสารประกอบ อยู่ที่ประมาณ 3-5 หมื่นบาท แต่ถ้าไปไกลก็เพิ่มค่าน้ำมันรถขึ้นอีก ส่วนการลงพื้นที่ต่ำสุดอยู่ที่ 2 คน มากสุดอยู่ที่ 10 คน โดยมีนิสิตเข้าไปช่วยทั้งนี้ ไม่สามารถตั้งเป้าการอบรมได้ เนื่องจากไม่มีงบประมาณ ขณะที่กำลังทำเรื่องของบประมาณจากรัฐบาล
IT digest : ฝากอะไรถึงผู้อ่นไทยรัฐออนไลน์บ้าง
ทัศนีย์ : อยากฝากถึงผู้มีส่วนรับผิดชอบว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรมืออาชีพอย่างเร่งด่วน ส่วนวิธีการทำ คือ หาคนเก่งแต่ละพื้นที่มาฝึกอบรมความรู้ที่ถูกต้องแล้วกลับไปถ่ายทอดในกลุ่มให้พึ่งพาตนเองได้ เกิดการรวมกลุ่มสร้างเครือข่าย อีกทั้งต้องปรับปรุง บำรุงดินอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นอนาคตทิศทางการเกษตรประเทศไทยจะสู้ต่างประเทศไม่ได้
จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552
|